พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา “วีรบุรุษผู้กล้าของตำรวจไทย” (13 มี.ค.2553)

 
 

โจรใต้บึ้มรถตำรวจ ผกก.บันนังสตาดับ

โจรใต้ยังก่อเหตุสังหารผู้บริสุทธิ์รายวัน ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 12มีนาคม ร.ต.ท.ริฏวาน มะ ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดลาดตระเวน กองร้อยที่4608 กรมทหารพรานที่46 บนถนนในหมู่บ้านลาเวง ม.3 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จึงนำกำลังตำรวจและประสานขอกำลังทหารรีบรุดไปตรวจสอบ 

ระเบิดทหารนราธิวาสปางตาย1 
หลังไปถึงที่เกิดเหตุปรากฎว่า พบหลุมระเบิดริมถนนหน้าสวนยางพารา ลึก 1ฟุต กว้าง 2ฟุต พร้อมเศษชิ้นส่วนระเบิดกระจายอยู่ทั่ว โดยมีทหารบาดเจ็บ 1นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) เอกชัย จันทะอุทัย ถูกสะเก็ดระเบิดที่ไหล่ซ้ายและขาซ้าย อาการสาหัส เพื่อนทหารได้นำตัวส่ง รพ.รือเสาะ ไปก่อนหน้าแล้ว 


สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.จีระศักดิ์ จาระณะ หัวหน้าชุด นำกำลัง 8นาย เดินเท้าออกลาดตระเวนดูแลความเรียบร้อยเส้นทางที่รับผิดชอบ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวในสวนยาง ได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดและทหารบาดเจ็บดังกล่าว 

ลอบบึ้มรถกระบะผกก.บันนังสตา 
ต่อมา เวลา 13.30น.ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดและซุ่มยิงรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณกพื้นที่ ม.2 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัส 4นาย ประกอบด้วย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา, ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โลมา รอง สวป สภ.บันนังสตา,ด.ต.โสภณ อินทรบวรและส.ต.ท.ระวิกรณ์ สังข์ศิริ ทั้งหมดถูกลำเลียงทั้งทางรถยนต์และทางเฮลิคอปเตอร์ส่ง รพ.ศูนย์ยะลา 

พ.ต.อ.สมเพียรดับ-ลูกน้องสาหัส3 
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ พ.ต.อ.สมเพียร นั่งรถกระบะคันดังกล่าว พร้อมลูกน้อง 3 นายและอส.คนสนิทอีก 1นาย ออกติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังทราบข่าวว่าได้ออกมาเคลื่อนไหวในพื้นที่เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายครั้ง ใหญ่ เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายประมาณ 5-8คน กดระเบิดที่ฝังไว้และใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่หลายชุด เกิดการปะทะกันประมาณ 10นาที เมื่อกำลังเสริมของเจ้าหน้าที่เข้าไปถึง กลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยหนีเข้าป่าไปแล้ว หลังนำตำรวจที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปรากฎว่า พ.ต.อ.สมเพียร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลง 



เพื่อเป็นเกียรติแก่ "วีรบุรุษผู้กล้าของตำรวจไทย" จึงขอนำเกร็ดประวัติชีัวิตเล็กๆ น้อยๆ ของท่านผู้นี้จากบล็อก OKNATION.net (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=333896) ซึ่งเขียนโดยผู้ที่ใช้นามว่า "เณรรูน" มาเสนอให้ทราบอีกส่วนหนึ่งดังนี้


"""  แววตาที่ยังมุ่งมั่นในวัย 57 ปี """

… จากปฏิบัติการณ์บุกโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ฯ บริเวณทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นการใช้ "แก๊สน้ำตา" ต่อผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ..
… สร้าง"ตราบาป" ให้กับวงการตำรวจ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายฝ่ายได้ออกมา "ประนาม" การกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุในครั้งนี้ แม้ทางเจ้าหน้าที่จะออกมาอ้างเหตุผลต่างๆนานา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง แต่ ก็ไม่สามารถลบภาพการกระทำอันเลวร้าย ในเหตุการณ์ " 7 ตุลาทมิฬ" ได้ ที่ทำให้ " ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" กลายมาเป็น " ผู้พิฆาตประชาชน " …
… สงสารและเห็นใจตำรวจน้ำดีอีกจำนวนมาก ที่ตั้งใจทำงานอุทิศกายและใจ เพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ชื่อเสียงพลอยมัวหมองจากการกระทำของคนสีเดียวกัน..


"""  พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.กระดูกเหล็ก แห่ง สภ.บันนังสตา ยะลา หรือ " จ่าเพียรมือปราบ " ..ในอดีต ..

… สิ่งที่จะได้นำมาเสนอในครั้งนี้ ไม่ใช่จะมาช่วยกู้ภาพลักษณ์ให้กับวงการตำรวจ "แต่อยาก" นำแบบอย่างของ "ตำรวจดี " นายหนึ่งที่ตลอดทั้งชีวิต ในเครื่องแบบสีกากี ตั้งแต่ เป็น " พลตำรวจ " จนถึงปัจจุบัน  " พันตำรวจเอก "  กว่า30 ปี ที่เขาทำงานคลุกคลีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบมานับร้อยครั้ง ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ หลายต่อหลายหนจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ปัจจุบัน นายตำรวจผู้นี้ดำรงตำแหน่ง " ผู้กำกับการตำรวจภูธร สภ.บันนังสตา จ.ยะลา " …

 

… ใช่แล้ว เขาคือ " พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา " ผู้กำกับฯ " กระดูกเหล็ก " แห่งวงการตำรวจชายแดนใต้ ที่ชื่อเป็นที่ครั่นคร้ามของกลุ่มแนวร่วมฯ ในนามของ " จ่าเพียรมือปราบ " ฉายาที่ติดตัวมาตั้งแต่เป็นตำรวจชั้นประทวน .. 

  

… ตั้งแต่ปี 2513 หลังจบการศึกษา โรงเรียนตำรวจภูธร 9 จังหวัดยะลา พลฯสมเพียร เอกสมญา ถูกส่งเข้าเป็นตำรวจประจำ สภอ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งในขณะนั้น พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตเคลื่อนไหวของขบวนการโจรก่อการร้าย แบ่งแยกดินแดน อย่างหนักทำให้ภาครัฐต้องระดมสรรพกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง เข้าไปแย่งชิงมวลชน และดูแลความสงบเรียบร้อย หลายครั้งที่เกิดการปะทะ  ทำให้มีการสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย และ ปฐมบทแห่งการเป็น จ่าเพียรมือปราบ ก็เกิดขึ้นที่นั่น …


""""  ผู้ฝากผลงาน ด้านการสืบสวน ปราบปราม สู้กับ โจรก่อการร้าย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  มากว่า 30 ปี """

 

… จากชีวิตตำรวจที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด เขาได้สร้างผลงานด้านการปราบปราม ต่อสู้กับโจรก่อการร้ายอย่างห้าวหาญ  สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ของผู้บังคับบัญชา ทำให้กรมตำรวจ (ในขณะนั้น) ได้อนุมัติให้เข้ารับการ อบรมหลักสูตร " นายตำรวจสัญญาบัตร " โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก และได้รับการเลื่อนลำดับขั้น จากผลพวงการทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด …


"""  เมื่อครั้งนำกำลังเจ้าหน้าที่  เข้าช่วยเหลือ นักบินและช่างเครื่อง ที่รอดชีวิต จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ ตำรวจ ตก ที่เขื่อนบางลางเมื่อปลายปี 50 """

 

… และหากนับผลการปฏิบัติราชการตรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ ปี 2513 จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เป็น " พลตำรวจ"  จนถึงยศ "พันตำรวจเอก  " เขาได้เข้าทำการปะทะต่อสู้กับโจรก่อการร้าย โจรจีนคอมมิวนิสต์ มาแล้วนับ 100 ครั้ง สามารถสังหารฝ่ายตรงข้าม ยึดอาวุธปืน และที่พักเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลในการนำกำลังเข้าปะทะกับโจรก่อการร้ายดังกล่าว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทั้งเล็กน้อยและสาหัส จำนวน 8 ครั้ง เช่นในปี 2519 ได้ยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มนายลาเตะ เจาะปันตัง ที่จับกุมตัวตำรวจและครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ ที่เทือกเขาเจาะปันตัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ผลการปะทะทำให้ เขา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาซ้าย หน้าอกได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งรักษาตัว รพ.ศูนย์ยะลา และจากการปะทะในครั้งนี้ทำให้ขาข้างซ้ายแทบพิการ  ..

 

""" ไม่ทิ้งงานมวลชน ในพื้นที่ """

… และปี 2526 ได้ยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มนายคอเดร์ แกแตะ กับพวกประมาณ 30 คน ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ต้นขาขวากระสุนฝังใน …
… เป็นต้น ..
… จากความทุ่มเท มุ่งมั่น ทำงานอย่างหนักในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ มวลชนให้ความยอมรับให้ความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ " ฝ่ายตรงข้ามเกรงกลัว " จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ในปี 2550 เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง " ผู้กำกับการตำรวจภูธร สภ.บันนังสตา จ.ยะลา แห่งเดียวกับที่เริ่มรับราชการครั้งแรก เมื่อยังเป็นตำรวจชั้นประทวน …

 

""" เครื่องแบบนายตำรวจ น้อยครั้งที่จะนำมาสวมใส่  เนื่องจากต้องการทำตัวให้ใกล้ชิด และ เข้าถึงชุมชนให้มากที่สุด """

… พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กลับสู่บันนังสตา ในขณะแผ่นดินกำลังลุกเป็นไฟ กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ สามารถจัดตั้งแนวร่วมฯ และกองกำลังรบขนาดเล็ก ( RKK) เพื่อใช้ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ ให้ได้รับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก  โชคดีที่ พ.ต.อ.สมเพียร เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน แม้รูปแบบการก่อความไม่สงบของกลุ่มคนร้ายได้ปรับเปลี่ยนไปจาก เมื่อ เกือบ 30 ปี ที่แล้วมาก แต่อาศัยเป็นผู้ชำนาญในพื้นที่มาก่อน และมีแหล่งข่าวเก่าที่เคยทำงานร่วมกันในอดีต จึงไม่เกินความสามารถที่จะที่จะสืบเสาะหาแหล่งกบดาน และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ และหลังจากเขาเข้ามารับตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตาได้ไม่นาน วันที่ 1 สค.50 ได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าปิดล้อมตรวจค้น และยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายที่บ้านเตี๊ยะ หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา กลุ่มนายสุริมิง เปาะสา ที่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่หลายครั้ง ผลการปะทะ ทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 6 ราย สามารถยึดอาวุธปืนสงครามและยุทธภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก …
… นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอีกหลายครั้ง สามารถจับกุม สร้างความสูญเสียให้กับกลุ่มคนร้าย และทำลายฐานที่มั่น ได้หลายแห่ง จนขบวนการกลุ่มก่อความไม่สงบ รวมตัวกันไม่ติด หนีหลบซ่อนออกนอกพื้นที่และบริเวณป่าเขา ทำให้เหตุร้ายใน พื้นที่ อ.บันนังสตา เบาบางลงมาก …
… แม้ พ.ต.อ.สมเพียร จะมีความสามารถในงาน สืบสวน ปราบปราม แต่ งานมวลชน เขาก็ไม่ได้ละทิ้ง ยังคงติดต่อฟื้นสายสัมพันธ์เก่า กับประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ที่เคยทำงานร่วมกันมาเมื่อครั้งอดีต ด้วยใจถึงใจ ต่อกัน มีกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจและความรู้สึกอันดีกับชุมชน เขาไม่เคยที่จะปฏิเสธในการเข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะรู้ว่ามีอันตรายแฝงอยู่ในทุกย่างก้าว …

 

""" เป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชา """

 

… ผลจากการทำงานทุ่มเทมาตลอดชีวิตข้าราชการตำรวจ ทำให้ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ได้รับการยกย่อง และประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆเป็นจำนวนมาก และ ที่สร้างความปลาบปลื้ม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดในชีวิต และครอบครัว คือ ได้รับการโปรดเกล้า ฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับพระราชทาน " เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญมาลาเข็มกล้ากลางสมร " ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และกระทำพิธี " ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา " ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2525 …


"""" ภารกิจในพื้นที่ บันนังสตา ต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว """

… และนับเป็น ตำรวจเพียงคนเดียว ในขณะมียศแค่ " จ่าสิบตำรวจ " ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ …
… นอกจากนี้ พ.ต.อ.สมเพียร  ยังได้รับพระราชทาน และประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆอีกมากมาย เช่น ..
       1.ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นสอง ประเภทหนึ่ง
       2.ได้รับประกาศนียบัตร " ผู้มีผลงานสู้รบดีเด่น " จากกระทรวงมหาดไทย 
       3.ได้รับเข็มรักษาดินแดนสดุดี จากกระทรวงมหาดไทย
       4.ได้รับมอบเกียรติบัตรผู้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติด้วยความเสียสละ จากองค์การทหารผ่านศึก
       5.ไดัรับประกาศผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปราม จากกองบัญชาการตำรวจภูธร 9
       6.ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนตำรวจภูธร 9 ดีเด่น
       7.ได้รับหนังสือสำคัญ จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต ) ยกย่องเชิดชู เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน และรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ด้วยความเข้มแข็งเสียสละ 
       8 .ฯลฯ …

 

""" และล่าสุด หลังจากรับตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา  ตั้งแต่ปี 2550 เป็นตันมา พ.ต.อ.สมเพียร ได้นำกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้น และได้มีการปะทะยิงต่อสู้กับแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ (RKK) มาแล้วจำนวน 7 ครั้ง ทำให้คนร้ายเสียชีวิต จำนวน 17 คน สามารถยึดอาวุธสงครามและยุทธภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้เขาได้รับการยกย่องเป็น " ผู้นำหน่วยยอดเยี่ยม " จากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ( ศปก.ตร.สน ) …


……….. นี่คือเรื่องราวเพียงเศษเสี้ยวของชีวิต ตำรวจนายหนึ่ง ที่ทำงานทุ่มเท เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับตำรวจน้ำดีในพื้นที่อีกหลายคน พวกเขาเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ  ภายใต้เครื่องแบบสีกากี ที่เขาแสนภาคภูมิใจ แม้จะเหน็ดเหนื่อย ตรากตรำ และ เสี่ยงต่ออันตรายแค่ไหน แต่เขาไม่เคยย่อท้อ แม้อายุราชการ ของ พ.ต.อ.สมเพียร จะเหลืออีกไม่กี่ปี แต่เขายืนยัน ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด สมดั่งปรัชญา " ตำรวจคือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ " …

  
Advertisements

เกี่ยวกับ chalerm

ขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่บริสุทธิ์และงดงาม
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s